5 ข้อสำคัญ ในการเลือกกระเป๋าเป้ใส่โน๊ตบุ๊ค

สวัสดีค่ะ เชื่อได้เลยว่าวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงานสมัยนี้ต้องมี Notebook เป็นของตัวเองกันทั้งนั้น หลายๆ คนอาจจะต้องพกมันไปทำงานทุก หรือบางคนอาจจะตกพกไปด้วยทุกที่ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ทำอะไรหลายๆ อย่างได้ ไม่ว่าจะทำงาน อ่านข่าว ดูหนัง เล่นเกม เรียกได้ว่าถ้ารองจากสมาร์ทโฟนแล้วละก็ คงหนีไม่พ้นโน๊ตบุ๊คนี่แหล่ะค่ะ แต่สิ่งที่เราต้องเจอคือ การทำจะพกพาเจ้าโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหน ก็ต้องแบกใส่กระเป๋าเป้ แต่บางทีก็ยังรู้สึกว่าปวดหลัง หรือดูเกะกะ

เป็นเพราะอะไรกันแน่ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปค่ะ ถ้าเพื่อนๆ เลือกกระเป๋าเป้ที่เหมาะสมกับการใช้งานและเพื่อป้องกันเหตุการณ์อันไม่พึงใจทั้งหลายที่จะเกิดกับทั้งตัวเราและ Notebook ของเรา จึงต้องเลือกกระเป๋าโน๊ตบุ๊คให้เหมาะกับการใช้งานด้วยค่ะ ซึ่งวันนี้จะเอามาฝาก 5 ข้อ จะมีอะไรกันบ้าง ไปดูเลยค่ะ

1. ขนาดโน๊ตบุ๊คต้องพอดีกับช่องใส่โน๊ตบุ๊ค
ใช่แล้วล่ะค่ะ ต่อให้กระเป๋าที่เราเจอจะสวยใจสั่นขนาดไหน แต่ถ้าหากขนาดไม่ได้พอดีกับอุปกรณ์ที่เรามีแล้วละก็ ต้องตัดใจให้ขาดค่ะ อย่าฝืนเลยนะคะ เพราะนั่นจะทำให้เราได้กระเป๋าที่มีปัญหาในภายหลัง ก่อนอื่นนั้นสิ่งที่เราควรจะรู้ก็คือขนาดของโน๊ตบุ๊คของเรา หลายคนอาจจะดูจากขนาดของจอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขนาดของหน้าจอเป็นเพียงการบอกความกว้างและความยาวเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกถึงความหนาทำให้ต้องดูในเรื่องของความหนาอีกที เพราะโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นนั้นก็มีความหนา น้ำหนักไม่เท่ากันค่ะ หลังจากที่ได้ขนาดที่แท้จริงแล้วคราวนี้ก็ค่อยมาดูขนาดของกระเป๋ากันค่ะ

จะเห็นได้ว่าหน้าจอขนาดเท่ากันแต่ว่าขนาดจริงๆ ของโน๊ตบุ๊คก็ไม่ได้เท่ากันเสียทีเดียว ทั้งในเรื่องของความกว้าง ความหนา ความยาว ทุกอย่างควรจะวัดจากขนาดจริงๆ จะดีที่สุด บางครั้งหลายคนอาจจะดูจากสเปคของกระเป๋าที่ระบุเอาไว้ แต่จะดีกว่าถ้าเราได้ลองใส่อุปกรณ์ของเราและทดลองใช้ จะได้ไม่เกิดปัญหาแบบว่าใส่แล้วตึงเปรี๊ยะๆ หรือรูดซิปเปิดปิดไม่สะดวกค่ะ

2. เลือกจากความสะดวกในการใช้งาน
อะไรที่หยิบจับสะดวก ย่อมทำให้เรารู้สึกสบายในการใช้มันได้มากกว่า ใช่แล้วค่ะ ในที่นี้เราจะมาพูดถึงลักษณะการหยิบของหรืออุปกรณ์ออกจากกระเป๋ากันค่ะ เนื่องจากกระเป๋าโน๊ตบุ๊คก็มีลักษณะของการใช้งานที่แตกต่างกันอยู่หลายแบบ ถ้าคุณชอบแบบไหน ก็ควรเลือกแบบนั้นได้เลยค่ะ กระเป๋าสำหรับใช้พกพา โน๊ตบุ๊คนั้น ส่วนมากแล้วจะมีรูปแบบช่องใส่ โน๊ตบุ๊คอยู่แค่ 2 ประเภทค่ะ

– ช่องใส่จากด้านบน
ถือว่าเป็นรูปแบบที่เห็นได้เยอะที่สุดก็ว่าได้ค่ะ ก็จะเป็นรูปแบบที่เราเห็นบ่อยๆ คือมีซิปเปิดปิดอยู่ทางด้านบนของกระเป๋า เวลาต้องการนำอุปกรณ์ออกมาก็ดึงออกจากทางด้านบนเป็นหลัก กระเป๋าแบบนี้ มีทั้งช่องแบบแยกและแบบรวม ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีของหรืออุปกรณ์ให้พกพาเยอะแค่ไหน ถ้าพกของไม่เยอะ ก็ใช้แบบที่มีช่องเดียวก็สะดวกง่ายๆ ดีค่ะ แต่ถ้าหากมีสัมภาระเยอะ แนะนำให้เลือกแบบที่มีช่องแยกที่เก็บของจะดีกว่านะคะ เพราะจะมีผลเวลานอนกระเป๋าราบกับพื้น ก็อาจจะทำให้อุปกรณ์หรือของต่างๆ ในกระเป๋าทับกับโน๊ตบุ๊คของเราได้นั่นเองค่ะ

– ช่องใส่จากด้านข้าง
กระเป๋าสะพายหลังสำหรับใส่โน๊ตบุ๊คนั้นบางรุ่นก็จะมีช่องเอาไว้ที่ด้านข้างสำหรับใส่โน๊ตบุ๊ค ช่องใส่ของในลักษณะแบบนี้จะทำให้เราสามารถดึงโน๊ตบุ๊คออกมาจากด้านข้างได้ง่ายสำหรับโน๊ตบุ๊คที่มีน้ำหนักไม่มากนัก ช่องแบบนี้โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องแยกออกจากช่องเก็บของหลักเพื่อไม่ให้เวลาเปิดกระเป๋าแล้ว ทำให้ของอื่นๆ หล่นออกมา ข้อดีก็คือโน๊ตบุ๊คของเราก็จะไม่ปนกับของอื่นเวลาหยิบก็สามารถหยิบจากสันออกมาได้ แต่ข้อเสียก็คือถ้าเผลอลืมปิดแล้วล่ะก็ แบบนี้โน๊ตบุ๊คของเราจะมีโอกาสหล่นได้มากกว่าช่องใส่ที่อยู่ด้านบนค่ะ

3. เรื่องของการป้องกันการกระแทก
แน่นอนค่ะว่าโน๊ตบุ๊คของแต่ละคนราคาไม่เท่ากัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนๆ กันนั่นก็คือ โน๊ตบุ๊ค ไม่ชอบการโดนกระแทกสักเท่าไหร่ เพราะการโดนกระแทกนั้นก็อาจจะทำให้โน๊ตบุ๊คของเราเกิดความเสียหายได้ ซึ่งถ้าใครมีโน๊ตบุ๊คที่ราคาสูงหน่อยก็คงต้องร้องเป็นแน่ถ้าหากกระแทกกับโต๊ะหรืออะไรก็แล้วแต่ ด้วยเหตุนี้กระเป๋าโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่จึงมีคุณสมบัติพิเศษที่เป็นคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องของการกันกระแทก ซึ่งกระเป๋าแต่ละแบบนั้นก็มีความสามารถในการกันกระแทกที่แตกต่างกันออกไป คราวนี้เราก็ต้องเลือกแล้วล่ะค่ะ ว่าเราควรเลือกคุณสมบัตินี้ในระดับไหน ยิ่งถ้าหากคุณเป็นคนซุ่มซ่าม หรือใช้โน๊ตบุ๊คราคาสูง กระเป๋าที่ให้ความปลอดภัยกับโน๊ตบุ๊คของคุณได้มาก ก็จะคุ้มค่ามากกว่านั่นเองค่ะ

4. จุของเยอะแค่ไหน
แน่นอนเลยค่ะ ถึงแม้จะเป็นกระเป๋าโน๊ตบุ๊ค แต่เราเชื่อได้เลยว่า ไม่มีใครใส่แค่โน๊ตบุ๊คอย่างแน่นอน ก่อนจะตัดสินใจเลือกซึ้อ เราอาจจะต้องวางแผนเผื่อไว้ว่าของที่เราจำเป็นจะต้องพกนั้นมีอะไรอีกบ้าง เพราะว่าความจุของกระเป๋าทุกใบนั้นมีจำกัด ควรจะเลือกกระเป๋าที่สามารถใส่อุปกรณ์ได้ครบทุกการใช้งานของเรา นอกเหนือจากสายชาร์จและตัวแปลงอื่นๆ ของโน๊ตบุ๊คเราอาจจะมีแฟ้มเอกสาร สมุดจดโน็ต ปากกา iPad แว่นตา ชุดสำหรับเปลี่ยนตอนไปฟิตเนส และอื่นๆ ที่เราไม่สามารถนึกออกได้ ถ้ามั่นใจแล้วว่าใส่ได้พอคุณก็จะได้กระเป๋าที่คุ้มค่ามากกับการใช้งานเข้าไปอีกขั้นค่ะ

5. ความสะบายเวลาสะพาย
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ค่ะ กระเป๋าที่เราใช้ก็ไม่ได้มีแค่โน๊ตบุ๊คใช่ไหมล่ะคะ เมื่อเลือกกระเป๋าสะพายหลังทั้งทีมันก็ต้องยัดของที่จำเป็นทั้งหมด เดินทางไปด้วยตลอดเวลา ดังนั้นน้ำหนักที่เราแบกก็ไม่ใช่เล่นๆ อย่างแน่นอน ยิ่งบางคนแค่โน๊ตบุ๊คก็หนักมากอยู่แล้ว ความสำคัญของข้อนี้จึงเกิดขึ้นค่ะ ความสะดวก สะบายเวลาสะพายจึงเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจจะทราบดีว่า เวลาสะพายกระเป๋าที่แบกของเยอะๆ มันทำให้ปวดไหล่ ปวดหลังยิ่งนัก

ดังนั้นถ้าจะให้ดีละก็ ถ้าคุณไปที่ร้าน ควรจะขอลองโดยใส่ของที่จำเป็นทั้งหมดลงไป แล้วลองสะพายดู เมื่อสะพายแล้วสามารถขยับตัวได้สะดวกหรือเปล่า หรืออาจจะสังเกตจากเกณฑ์ด้านล่างนี้ก็ได้ค่ะ

– ไม่ทำให้รั้งตัวไปข้างหลัง เพราะอาจทำให้ปวดเอวเวลาสะพายนานๆ
– ไม่ทำให้บีบไหล่เข้าหากัน เพราะอาจทำให้รู้สึกปวดต้นคอเมื่อสะพายไปนานๆ
– เมื่อสะพายแล้ว กระเป๋าควรยาวเกือบถึงสะโพก เพื่อช่วยในการลดภาระการรับน้ำหนักของไหล่
– สายสะพายมีความกว้างมากพอที่จะกระจายน้ำหนักกระเป๋าลงบนพื้นที่ของบ่า
– ส่วนของกระเป๋าที่ติดกับหลัง ควรระบายอากาศได้ดี
– ใส่ของแล้ว กระเป๋าไม่ย้วย ไม่ยาน กระชับกับตัว

ถ้าหากว่าทุกอย่างโอเคแล้วละก็คราวนี้ก็เตรียมตัวจ่ายเงินได้เลยค่ะ

หากว่าทั้ง 5 ข้อผ่านเป็นที่เรียบร้อย ก็น่าจะได้กระเป๋าที่เหมาะสมกับทั้งเราและโน๊ตบุ๊คของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วละค่ะ จะมีอะไรดีไปกว่าการพกพาอุปกรณ์ที่เป็นดั่งคู่หูของเราไปได้แบบสบายตัว ไม่ต้องห่วงเรื่องการโดนกระแทก แถมยังมีพื้นที่พอสำหรับเก็บของเพียงพอที่จะไม่ต้องพกกระเป๋าเพิ่มอีกใบด้วยค่ะ